ป้าเช็งดอทคอม
ชมรมคนทำน้ำหมัก รวมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหมักป้าเช็ง ข้อมูลการรักษาโรคของน้ำหมัก"ตนเองไม่เจ็บ ประเทศไม่จน"
มะขามป้อม (อัมลา หรือ ในบาลีเรียก “ต้นอามัณฑะ” หรือ “ต้นอามลกะ”) ในอินเดียซึ่งเป็นแหล่งที่มีมะขามป้อมมาก ภาษาฮินดีเขาเรียก อัมลา (Amla) หรือ (Amalaka) ในภาษาสันสกฤต อัมลาเป็นสมุนไพรพื้นฐานที่ใช้แพร่หลายมากที่สุดในอายุรเวทของอินเดีย ทั้งนี้โดยสัมพันธ์กับความเชื่อในหมู่ชาวอินเดียทั่วไปมาช้านานว่า อัมลาคือทิพยโอสถ คือน้ำอัมฤทตชุบวัยเยาว์ ในศาสนาฮินดู คัมภีร์ Visnu Khanda กล่าวถึงต้นอมาลกะว่าเป็นต้นไม้ต้นแรกในโลก อันเป็นที่สถิตของพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ โดยเหตุนี้ชาวอินเดียจึงเชื่อว่า ต้นมะขามป้อมมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นแม่พระธรณีผู้หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ด้วยผลอัมลาอันทรงคุณค่าทางโภชนาการ เชื่อกันว่ากินอาหารใต้ต้นอัมลาแล้วจะอายุยืน ผลอัมลาที่มีสรรพคุณอายุวัฒนะควรได้มาจากการปีนเก็บด้วยมือ
แต่เดี๋ยวนี้ชาวอินเดียน้อยคนที่จะเก็บมะขามป้อมเอง ระยะหลังเมื่ออัมลาเป็นที่นิยมมากขึ้น การทำสวนปลูกอัมลาเป็นการค้าก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อัมลาขึ้นได้ดีทั้งในพื้นที่ราบและบริเวณเชิงเขา แต่เชื่อกันว่าอัมลาที่ปลูกบริเวณเชิงเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของอินเดียมีสรรพคุณทางยาดีที่สุด หากใครได้ไปเยือนอินเดียในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวอัมลา จะเห็นมะขามป้อมขนาดโตราวลูกกอล์ฟวางขายกันเกลื่อนกลาด ได้ประจักษ์กับสายตาจริงๆว่า คนอินเดียนะกินมะขามป้อมแพร่หลายขนาดไหน
นอกจากอาหารแล้ว ในอินเดียยังมีแชมพูสระผมและน้ำมันนวดผมและหนังศีรษะที่ทำจากมะขามป้อม ซึ่งได้รับความนิยมกันอย่างกว้าง เพราะในมะขามป้อมมีแทนนินซึ่งช่วยบำรุงเส้นผมให้ดำขลับ ไม่หงอกขาวก่อนวัย รักษารากผมให้แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย ไม่หัวเถิกหัวล้านจนเสียบุคลิก น้ำมันอัมลานี่เห็นบอกอนิตยสารครัวซื้อมาใช้ด้วยจากอินเดีย แต่เนื่องจากหาซื้อยากจึงใช้อย่างประหยัด นวดผมและหนังศีรษะเฉพาะบริเวณผมหงอกเท่านั้น เห็นว่าได้ผลดีเหมือนกัน สำหรับท่านที่อยากทดลองใช้ จะลองทำเองแบบคนอินเดียก็ไม่น่ายากอะไร เขาให้เอาเนื้อมะขามป้อมสดฝานราว 250กรัม ผึ่งในที่ร่มให้แห้ง แล้วเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว 1 กิโลกรัม จนมะขามป้อมเป็นสีน้ำตาลไหม้กรองแล้วทิ้งไว้ให้เย็นจึงบรรจุขวดไว้ใช้ ส่วนจะใช้นวดผมและหนังศีรษะถี่แค่ไหน ก็แล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละคนครับ หากเห็นว่าวิธีนี้ยุ่งยาก คนอินเดียเขาเสนอให้เอาน้ำมะขามป้อมคั้นสด 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมันอัลมอนด์ในปริมาณเท่ากัน และน้ำมะนาว 2-3 หยด นวดผมแทนก็ได้ผลดีไม่แพ้กัน หากต้องการสระผม คนอินเดียเข้าให้เอาน้ำอัมลาคั้น หรืออัมลาผงผสมน้ำแช่ทิ้งในหม้อสักครู่ สระผมแทนแชมพูได้เลย แถมคุยเสียอีกว่านี่เป็นผลิตภัณฑ์ 3 in1 คือเป็นทั้งแชมพู คอนดิชันเนอร์ และยาย้อมผม ไปในตัว แต่สมัยนี้หากมีแชมพูธรรมชาติที่ทำจากมะขามป้อมย่อมสะดวกกว่ามาก ถ้าจะมีใครลองผลิตแชมพูมะขามป้อมออกมาขายบ้าง ก็น่าจะขายดีทีเดียว
คราวนี้มาเรื่องประโยชน์ทางสุขภาพของอัมลาหรือมะขามป้อมกันบ้าง เรื่องแรกที่ต้องอัพเดตกัน คือ มะขามป้อมมีสารอะไร จึงมีสรรพคุณทางยา? เดิมเชื่อกันว่าเป็นวิตามินซี ที่อ้างว่ามีอยู่สูงมากในมะขามป้อม แต่ผลการวิจัยปัจจุบันพบว่าไม่ใช่วิตามินซี หากเป็นแทนนิน และสารโพลีฟีนัล (polyphenol) อื่นๆรวมทั้งฟลาวานอยด์มากกว่า และนี่คือสารสำคัญที่ทำให้อัมลามีแอนติออกซิแดนท์สูงมากเป็นพิเศษ สามารถป้องกันและรักษาโรคมากมาย การกินอัมลาเพื่อสุขภาพ โดยทั่วไปให้ผสมน้ำอัมลาคั้นกบน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มทุกเช้า หากไม่มีอัมลาสดจะใช้อัมลาผงแทนก็ได้
หากต้องการดื่มเพื่อรักษาโรคโดยเฉพาะ เช่น ต้องการลดระดับน้ำตาลในเลือด ให้ผสมน้ำอัมลาคั้น 1ช้อนโต๊ะกับน้ำมะระคั้นสด 1 ถ้วย ดื่มทุกวันติดต่อกันนาน 2 เดือน ในการแพทย์แบบอายุรเวท มะขามป้อมมีสรรพคุณรักษาโรคและบำรุงสุขภาพกว้างขวางมากมาย ตั้งแต่เป็นยาบำรุงสุขภาพ ยาอายุวัฒนะ บำรุงสมอง บำรุงสายตา แก้ไอ รักษาอาการหืด หลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด ลดเบาหวาน ไขข้ออักเสบ ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย โรคท้องร่วง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เหตุสำคัญที่ทำให้มะขามป้อมได้รับความสนใจอย่างมากจากทั่วโลกในปัจจุบัน คือสรรพคุณในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ผลการวิจัยสมัยใหม่ พบว่า มะขามป้อมช่วยป้องกันมิให้หลอดเลือดตีบ หล่อเลี้ยงหัวใจไม่พอ
นอกจากนั้นยังช่วยลดโคเลสเตอรอลรวมในกระแสเลือด พิเศษยิ่งกว่าคืออัมลาช่วยเพิ่ม HDL (โคเลสเตอรอลดี) สูงถึง 18% และลด LDL (โคเลสเตอรอลร้าย) ลดถึง 17% ผลโดยรวมต่อการป้องกันโรคอีกอย่างหนึ่งคือ มะขามป้อมช่วยลดการอักเสบในทุกระบบของร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดการสั่งสมพิษ และโรคร้้ายต่างๆรวมทั้งมะเร็ง คนไทยโดยทั่วไป โดยเฉพาะคนในสังคมเมืองปัจจุบัน รู้จักสรรพคุณมะขามป้อมน้อยเอามากๆ แท้จริงแล้ว มะขามป้อมเป็น superfruit มีประโยชน์ต่อสุขภาพและการรักษาโรคมากมาย รวมทั้งบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ไม่หงอกเร็วกว่าที่ควร